วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เงา


พลโลกโศกขุ่นข้องขลุกกาม
รางเงาทาบทับซ้อนซอกหยัก
พรายพร่ารอยหลืบปลักพรั่งพร้อม
เงาอดีตผุดรูปลักษณ์ปริวิตก
กัดกร่อนอารมณ์ย้อมยั่วเย้าแยงหทัย
ไหลลงหลงคลุกเคล้าคลองจิต
สุขทุกข์ตรรกะคิดเคล็ดเค้า
กระหายหื่นนิมิตหมายมั่น
หัวปักหัวปำเท้า-เท็จแท้ไป่เห็น
จึงเป็นตนเติบกล้ากำแหงหาญ
กำเริบอวิชชาชาญชิดเชื้อ
ปรุงแต่งจิตชำนาญนับอเนก ชาติแฮ
ติดข่ายโลกิย์เกื้อกล่นด้วยวิบากกรรม
จำนนจนเจตไร้แรงฝืน
โอฆะกระแสกลืนก่อนรู้
จมปลักดักดานยืนยะถาสัตว์
เกินกว่าจักกอบกู้กู่เข้าธัมม์กระแส
แผลฝีฝากร่องไวรอยฝี เลยผ่านชั่วตาปี   กัปคล้อย
กิเลสฝ่ายอัปรีย์ปานเปรียบ
คงผนึกดวงด่างพร้อยเพียบล้นเรียงราย
สัมปรายภพฟากโพ้นภวะไฉน
คราดับลับชีพไปเปลี่ยนย้าย
กรรมวิบากใดใดเคยก่อ
ส่งสู่ภูมิดี-ร้ายรกร้างฤๅพรหม
ขมหวานลิขิตขึ้นใคร่ครวญ
ดี-ชั่วตัวเราขวนไขว่คว้า
เสวยผลซึ่งสมควรแก่เหตุ
ปราศสิ่งวิเศษหล้าเหล่าไท้เทพดล
ตนคือที่พึ่งแท้ของตน
ธรรมะพุทธองค์ยลแยบไซร้
มีทางสว่างมรรคผลผลาชัด
อริยสัจจ์ทรงแสดงไว้จบถ้วนกระบวนนัย
ภาพประกอบ: ศิตาลี
จาก ห้องแสดงภาพ เว็บไซด์ "สยามของเรา"

คืนไสย์



พลโลกโศกขุ่นข้อง         ขลุกกาม
ติดบ่วงลวงรูปนาม         แน่นแฟ้น

แบกทุกข์ท่วมทับความ         เห็นผิด
กอบกิจมิจฉาแม้น         มั่นไว้ดำรงองค์

ทรนงนัยหนึ่งนี้         อาตมัน
เทียวท่องทุกคืนวัน         ว่ายเวิ้ง

สำลักปลักโคลนครร-         ลองโลก มยาเฮย
ลำบากตรากตรำเซิ้ง         สุดท้ายทุรกรรม

ส่ำสัตว์โสตสดับซึ้ง         เสียงพิสุทธิ์
จิตตะเบิกบานผุด         ผ่องแผ้ว

ใจกระจ่างดังพุท         ธะตื่น คืนไสย์
เกษมสุขสันติแพร้ว         ระงับสิ้นกำสรวล

ขอขอบคุณ คุณปลาทู นรา เอื้อเฟื้อภาพ

จากห้องแสดงภาพ เว็บไซด์ "สยามของเรา"

ปลายเปลว


วิบวิบวาบวับโล้         ลมเฉวียน
โบยโบกปลายเปลวเลียน         เล่นล้อ

แรงลมสะพัดเพียร         เพลาผ่าน วูบเฮย
ชีวิตคนข่มท้อ         เสี่ยงสู้ชะตาไฉน

ใจกายกิเลสต้อน         ตนสนอง
ใจเตลิดทิฐิครอง         ขุ่นข้น

ตัวตนอัตภาพพอง         ปะทุท่วม
ปรุงแต่งว่าฉลาดล้น         ลึกล้ำเกินผอง

(กิเลสมาร)

ขอขอบคุณภาพ "ตะเกียง" ฝีมือการถ่ายภาพโดย คุณ ปลาทู นรา

จากห้องแสดงภาพ เว็บไซด์ "สยามของเรา"

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จิต



ยลจิตยะเยียบองค์         มนะคงมิวายวาง
มิจฉาศิขรขวาง         ภยภัยอวิชชา

เมามัวระรัวหนัก         ทมปลักระทมท่า
เล่ห์เลศกะเลวพา         ทุรกาลละเลียบเรียง

เวียนวนระทึกขวัญ         อุระหวั่นตวาดเสียง
ข่มคิดก็ได้เพียง         มละคิดสลับปรุง

บาทบถวิมุติ์โมกข์         มิติโลกประปรายรุ้ง
สองแพร่งละเลื่อมฟุ้ง         ปะลุพร้อมสิยากเย็น


จากกระดานพูดคุย ห้อง "ลานธรรมกวี" เว็บไซด์ "สยามของเรา"

ทุกข์ของชีวิต




ทุกข์ของชีวิต บุคคลจะมียศใหญ่อย่างไร มีทรัพย์มากเพียงใด มีบริวารล้นหลามอย่างไร ก็ไม่พ้นที่จะต้องตกอยู่ในอำนาจของความแก่ ความเจ็บไข้ และความตาย ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ก็ถูกความทุกข์ต่าง ๆ รุกรานเบียดเบียนจนหาความสุขสำราญใจที่แท้จริงได้โดยยาก หรือให้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ได้

ความทุกข์เหล่านั้นเช่นความทุกข์ใจ คับแค้นใจเพราะเหตุต่าง ๆ ความต้องหนาว ร้อน หิวกระหาย ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ซึ่งต้องบำบัดอยู่เสมอ ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ ความถูกกิเลสแผดเผาให้เร่าร้อน ความต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะผลกรรมของตน ความต้องร่วมทุกข์ด้วยผู้เกี่ยวข้อง การต้องแสวงหาอาหาร การทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นที่ขัดแย้งกัน เหล่านี้ล้วนเป็นทุกข์ของชีวิตทั้งสิ้น

ที่มา.. หนังสือ "หลักกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด" อ.วศิน อินทรสระ


ตระหนัก สัจจ์ ถ่องแท้         ทันธัมม์
มนุษย์เวียนวนกรรม         เกลือกเคล้า

ขลุกคลุกทุกข์ประจำ         ประชิด ตลอดนา
สัมม์สติตื่นเฝ้า         รลึกรู้ตามจริง


(ศิตาลี)


จากกระดานพูดคุย ห้อง "ศาสนา ปรัชญา" เว็บไซด์ "สยามของเรา"

เลือก (สวยไม่สวย ก็เลือกได้)



หลากเส้นทางต่างคนดิ้นรนก้าว         วาดหวังพราวสู่ชีวิตลิขิตค่า
สวมหัวโขนโจนแสดง...แรงอัตตา         นี่ตัว ข้า ตัว เขา แนบเนานาน

จึงคืนวันดั้นด้นเพื่อค้นหา         ด้วยตัณหาหมายสัมฤทธิ์..กิจประสาน
จึงหลายคราวก้าวสู่ประตูมาร          ที่แง้มบานรอรับ...จับตัว

เผลอเตลิดเพริดใจ ไถลถลำ          ในวงกรรมดำด่างรางสลัว
เข้ารกพงดงหนาม มิคร้ามกลัว          กระทำชั่วพัวพัน...ทุกวันไป

หลากเส้นทางต่างคนดิ้นรนแลก         ควรต้องแยกแยะทางว่าอย่างไหน
คือบาป บุญ วุ่น สงบ ภพใด         นรกภัยหรือแผ้วผ่อง...ครรลองธรรม


จากกระดานพูด-คุย ห้อง "ลานธรรมกวี" เว็บไซด์ "สยามของเรา"

เวิ้งภวังค์


บนทางเดินเพลินเผลอเพ้อคะนึง         เฝ้ารำพึงซึ่งอดีต กรีดรอยแผล
สะกิดย้ำสะเก็ดเก่า เร้าดวงแด         เกินต้านแม้ความคิด...จิตปรุง

ห้วงภวังค์ แปรภาพเดิม เติมแต่งร่าง         แลสล้างวิจิตรพิสดารพลุ่ง
เวิ้งถวิลจินตทัศน์จรัสจรุง          ทอถักรุ้งพราวพราย...จะป่ายคว้า

มายาซ้อนกลชู พรูอดีต         ปนเปขีดอนาคตกำหนดท่า
ปทัดฐานรหัสกรรม จำสัญญา          อวิชชาสหายรัก...ชักนำ

ลิ่วลิ่วเริงเพลิงรุ่ม สุมโศก         พะวงโลกหลงเงา...เมาดื่มด่ำ
สุขเพียงน้อยร้อยรึงตรึงงำ จินตนาพร่ำ ปณิธานมอม กล่อมบรรเลง

จึงปัจจุบันขณะเลือน เสมือนไร้         ลมหายใจพิศโพ้นกระโจนเขย่ง
กาลเวลาล่วงแล้ว...แผ่วเสียงเพลง         คว้าง! วังเวง...เปล่าดาย ณ ปลายทาง


จากกระดานพูด-คุย ห้อง "ลานธรรมกวี" ของ เว็บไซด์ "สยามของเรา"

คีตะ ลีลา


เสียงซอสีเคล้า         ขับขาน
ฉิ่งฉับสลับกังวาน         สุขแท้
เบิกบานสำราญ         ฤดีแด
บรรเลงเพลงแข่งแข         นะแม่เอย...


จากห้องแสดงภาพ เว็บไซด์ "สยามของเรา"